วันที่ผมเกือบ...'ไม่มีวันพรุ่งนี้'
รู้ไหมครับ ผมเป็นคนธรรมดามากๆ เลย เรียนจบวิศวะจาก ม.เกษตรฯ ก็คิดว่าชีวิตมันคงจะเรียบง่าย — ทำงานประจำ มีครอบครัว ใช้ชีวิตไปตามปกติ
พอเรียนจบก็ได้งานที่โรงงานผลิตแอร์ชื่อดังในจังหวัดชลบุรี ตำแหน่งวิศวกรการผลิต
หลายคนอาจจะคิดว่างานวิศวกรสบายๆ นั่งในห้องแอร์ พิมพ์งานหน้าคอมฯ
แต่เอาจริงๆ นะ มันหนักมาก ทำงานแข่งกับเวลา เป้าหมายเพิ่มขึ้นทุกปี
ต้องคิดหาวิธีใหม่ๆ มาพัฒนาไลน์การผลิตตลอด
ผมทำงานที่นั่นมา 11 ปี หน้าที่การงานก็ก้าวหน้าเรื่อยๆ ถึงงานจะหนัก แต่ก็มีความสุขดี
แล้ววันนั้นก็มาถึง...
วันหนึ่ง... ผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขั้นรุนแรง สภาพรถพังยับเยินชนิดที่ใครเห็นก็คิดว่าไม่น่ารอด แต่นับเป็นความโชคดีและปาฏิหาริย์มากๆ ที่ผมบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
คืนนั้น หลังจากเอกซเรย์ (X-ray) จนแน่ใจว่าปลอดภัย ผมต้องนอนแอดมิท (Admit) อยู่ในโรงพยาบาล ท่ามกลางความเงียบในห้องพักฟื้น ผมเริ่มคิดทบทวนชีวิตที่ผ่านมา...
"ถ้าเราตายไปวันนี้... เราจะเสียดายอะไรมากที่สุด?"
คำตอบในหัวมันชัดเจนมากครับ ไม่ใช่เรื่องเงินเลย — แต่ผมเสียดายที่ยังไม่ได้ทำหน้าที่ 'ลูก' ให้ดีพอ
ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ผมมัวแต่เอาเวลาไปแลกเงิน จนแทบไม่ได้เจอหน้าพ่อเลย ทั้งที่ท่านกำลังจะเกษียณอายุแล้วแท้ๆ...
นั่นคือวินาทีที่ผมรู้ซึ้งถึงคำว่า "โอกาสที่สองของชีวิต" ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะลาออก เพื่อกลับบ้านไปอยู่ดูแลพ่อ และหาทางสร้างชีวิตใหม่ที่ผมสามารถ "ควบคุมเวลา" ของตัวเองได้ 100%
แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอกครับ... 😅